เลือกซื้ออุปกรณ์เสริม iPad ให้ตรงรุ่น? สรุปครบทุกซีรีส์! Apple Pencil และ Magic Keyboard

การมี iPad ที่สเปกแรงอาจยังไม่พอ แต่การมี “อาวุธข้างกาย” ที่ถูกต้องจะเปลี่ยน iPad ของคุณจากแท็บเล็ตดูหนัง ให้กลายเป็นเครื่องจักรผลิตงานชั้นยอด! แต่ก่อนจะกดสั่งซื้อ มาเช็กกันให้ชัวร์ว่า iPad รุ่นไหน เหมาะกับ Apple Pencil และ Magic Keyboard รุ่นใดบ้าง

Apple Pencil รุ่นที่รองรับ🖋️

1. Apple Pencil รุ่นที่ 1 “ตำนานที่ยังคงใช้งานได้ดี”

ฟีเจอร์เด่น: ตอบสนองต่อน้ำหนักแรงกดได้ดีเยี่ยม (Pressure Sensitivity)

เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ iPad รุ่นคลาสสิกที่ต้องการความแม่นยำในการเขียน

รองรับรุ่น

  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
  • iPad Pro รุ่น 10.5 นิ้ว
  • iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว
  • iPad Air (รุ่นที่ 3)
  • iPad (รุ่นที่ 10) (ต้องใช้ [อะแดปเตอร์ USB-C เป็น Apple Pencil] ในการจับคู่และชาร์จ)
  • iPad (รุ่นที่ 9)
  • iPad (รุ่นที่ 8)
  • iPad (รุ่นที่ 7)
  • iPad (รุ่นที่ 6)
  • iPad mini (รุ่นที่ 5)

* ต้องใช้อะแดปเตอร์ USB-C เป็น Apple Pencil กับ iPad รุ่นนี้เพื่อจับคู่และชาร์จ Apple Pencil

2. Apple Pencil รุ่นที่ 2 “มาตรฐานการทำงานที่ลื่นไหล”

ฟีเจอร์เด่น: แตะสองครั้ง (Double-tap) เพื่อเปลี่ยนเครื่องมือได้ทันที และชาร์จแบบไร้สายเพียงแค่แปะไว้ข้างเครื่อง

เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้ iPad Pro รุ่นก่อนหน้า และ iPad mini 6

รองรับรุ่น

  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 6)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 5)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
  • iPad Air (รุ่นที่ 5)
  • iPad Air (รุ่นที่ 4)
  • iPad mini (รุ่นที่ 6)

3. Apple Pencil Pro “ที่สุดของสาย Creative”

ฟีเจอร์เด่น: รองรับการ “บีบ” (Squeeze) เพื่อเรียกแถบเครื่องมือ และการ “หมุน” (Barrel Roll) เพื่อเปลี่ยนทิศทางหัวปากกาได้อย่างอิสระ และรองรับแอป Find My” (ช่วยให้หาปากกาเจอได้ง่ายขึ้นผ่าน iPhone)

ประสบการณ์ใช้งาน: มีระบบสั่นตอบสนอง (Haptic Feedback) ให้ความรู้สึกเหมือนเขียนบนกระดาษจริงๆ

เหมาะสำหรับ: กราฟิกดีไซน์เนอร์, ศิลปิน Digital Art และผู้ที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด

รองรับรุ่น

  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M2)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M2)
  • iPad mini (ชิป A17 Pro)

4. Apple Pencil (USB-C) “คุ้มค่า ครบถ้วน ทุกการจด”

ฟีเจอร์เด่น: ราคาเข้าถึงง่ายที่สุด รองรับการเขียนเอียง (Tilt Sensitivity) และติดหนึบกับข้างเครื่องด้วยแม่เหล็ก

ประสบการณ์ใช้งาน: ชาร์จผ่านสาย USB-C ได้สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเตอรี่

เหมาะสำหรับ: นักเรียน นักศึกษา หรือสายจดเลกเชอร์ที่เน้นความคุ้มค่า

รองรับรุ่น

  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 6)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 5)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
  • iPad Pro รุ่น 12.9 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 4)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 3)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 2)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (รุ่นที่ 1)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4) 
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M2)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M2)
  • iPad Air (รุ่นที่ 5)
  • iPad Air (รุ่นที่ 4)
  • iPad (ชิป A16)
  • iPad (รุ่นที่ 10)
  • iPad mini (A17 Pro)
  • iPad mini (รุ่นที่ 6)

Magic Keyboard เปลี่ยน iPad ให้เป็น Laptop ในพริบตา⌨️

1. Magic Keyboard สำหรับ iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว

จุดเด่น: ดีไซน์ใหม่ที่เน้นความ “บางเบาและพกพาสะดวก” มาพร้อมที่พักมือทำจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม

ฟีเจอร์: มีแถวปุ่ม Function 14 ปุ่ม สำหรับปรับความสว่างหรือระดับเสียงได้ทันที และ Trackpad แบบ Haptic ที่ตอบสนองแม่นยำทุกการคลิก และปุ่ม Escape และแผงคีย์บอร์ดที่มอบสัมผัสเหมือนใช้งานบน MacBook

รุ่นที่รองรับ

  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)

2. Magic Keyboard สำหรับ iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว

จุดเด่น: มอบประสบการณ์การพิมพ์ระดับโปรบนหน้าจอขนาดใหญ่ ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการใช้ MacBook มากที่สุด

ฟีเจอร์: แผงคีย์บอร์ดขนาดเต็มพร้อมไฟ Backlight ช่วยให้ทำงานในที่มืดได้สบาย และดีไซน์แบบยกลอยที่ปรับองศาให้เข้ากับสายตาได้ดีเยี่ยม และปุ่ม Escape และแผงคีย์บอร์ดที่มอบสัมผัสเหมือนใช้งานบน MacBook

รุ่นที่รองรับ

  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M5)
  • iPad Pro รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4)

3. Magic Keyboard สำหรับ iPad Air รุ่น 11 นิ้ว

จุดเด่น: แข็งแรงทนทาน ปกป้องเครื่องได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมเปลี่ยน iPad Air ให้เป็นเครื่องจักรผลิตงาน

ฟีเจอร์: พอร์ต USB-C ในตัวสำหรับชาร์จแบบ Pass-through ช่วยให้พอร์ตบน iPad ว่างสำหรับต่ออุปกรณ์เสริมอื่นๆ

รุ่นที่รองรับ

  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 11 นิ้ว (ชิป M2)
  • iPad Air (รุ่นที่ 5)
  • iPad Air (รุ่นที่ 4)

4. Magic Keyboard สำหรับ iPad Air รุ่น 13 นิ้ว

จุดเด่น: ออกแบบมาเพื่อรองรับหน้าจอขนาดใหม่ของ iPad Air โดยเฉพาะ มั่นใจได้ในความสมดุลและการวางเครื่องที่มั่นคง

ฟีเจอร์: แป้นพิมพ์กลไกแบบกรรไกร (Scissor Mechanism) ที่มีระยะกดเพียง 1 มม. ช่วยให้พิมพ์ได้เงียบและแม่นยำ

รุ่นที่รองรับ

  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M4)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M3)
  • iPad Air รุ่น 13 นิ้ว (ชิป M2)

5. Magic Keyboard Folio สำหรับ iPad (ชิป A16)

จุดเด่น: “ยืดหยุ่นที่สุด” ด้วยดีไซน์แบบแยกส่วน (Two-piece design) ที่สามารถถอดคีย์บอร์ดออกแล้วใช้แค่ตัวเคสพร้อมขาตั้งได้

ฟีเจอร์: มาพร้อม Trackpad ขนาดใหญ่ที่รองรับ Multi-Touch และแถวปุ่ม Function 14 ปุ่ม เพื่อความสะดวกในการควบคุม iPad

รุ่นที่รองรับ

  • iPad รุ่น 11 (ชิป A16)
  • iPad รุ่น 10

ก่อนตัดสินใจซื้ออุปกรณ์เสริมทุกครั้ง แนะนำให้เช็กชื่อรุ่น iPad ของคุณให้แน่ใจ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่เมนู การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > เกี่ยวกับ (About) เพื่อให้ได้อุปกรณ์ที่อัปเกรดประสิทธิภาพการทำงานของคุณได้ตรงจุดที่สุดค่ะ

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าสัมผัสการเขียนจะเข้ากับสไตล์คุณไหม แวะมาทดลองใช้งานจริงได้ที่ Studio7 ทุกสาขาทั่วประเทศ! เรามีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ หากคุณชื่นชอบบทความนี้ สามารถติดตามเนื้อหา ข่าวสาร อัปเดตโปรโมชั่น และ ทริคเกร็ดความรู้ ได้ที่ Blog Studio7 ในครั้งหน้าเราจะมีบทความดี ๆ อะไรมาแนะนำอีก โปรดติดตามกันนะคะ..